พื้นไม้ คืออะไร สุดยอดความคลาสสิก

พื้นไม้ คืออะไร สุดยอดความคลาสสิก

หากจะให้กล่าวถึงพื้นที่มีทั้งความสวยงาม แข็งแรง ทนทาน และความคลาสสิกที่ลงตัวจริง ๆ คงไม่พ้นพื้นไม้แน่นอน แต่พื้นประเภทนี้ก็ไม่ได้มีแค่อย่างเดียวแบบเดียว ยังมีแยกย่อยออกไปหลายแบบมาก ๆ ถ้าจะให้แยกแบบหลัก ๆ เลยก็อาจจะมีเป็นพื้นไม้จริง กับ พื้นไม้เทียม ส่วนลวดลายนั้นปกติถ้าเป็นไม้จริงแล้วนั้นลายจะมีความคลาสสิกมากและไม่ค่อยเหมือนกันในแต่ละแผ่น แต่ถ้าเป็นแบบไม้เทียมสามารถทำให้มีลายสวยเหมือนกันได้ สำหรับบทความนี้ชวนมาทำความรู้จักว่าพื้นที่เป็นไม้นั้นมีแบบไหนบ้าง เผื่อใครกำลังเลือกพื้นบ้าน พื้นคอนโดมิเนียม พื้นห้อง ฯลฯ มาดูกันเลย

Table of Contents
    Add a header to begin generating the table of contents

    ประเภทของพื้นไม้มีอะไรบ้าง

    อย่างที่กล่าวไปข้างต้นเลยว่าพื้นไม้นั้นไม่ได้มีอย่างเดียว ไม้เองก็หลายชนิด หลายคนชอบความคลาสสิค ชอบลายสวย ๆ ของไม้ที่ไม่ซ้ำกัน ทำความสะอาดไม่ยาก สีสวย นำไปเป็นพื้นได้หลากหลายเลย จะบ้าน จะคอนโด อพาร์ตเม้น เป็นต้น อยู่ที่เราเลยว่าอยากได้พื้นไม้หรือว่าวัสดุอย่างอื่น เราเลือกเองได้ เอาล่ะมาดูกันหน่อยว่าถ้าเป็นไม้จะมีแบบไหนมาให้เลือกบ้าง

    • พื้นไม้ของจริง ที่เรียกสั้น ๆ ว่าพื้นไม้จริงนั่นเอง ซึ่งเป็นวัสดุที่เอามาเป็นพื้นมีความสวย คลาสสิกมาก ๆ ทำให้เราได้สัมผัสกับธรรมชาติจริง ๆ ส่วนชนิดของไม้นั้นก็มีให้เลือกหลายราคา หลายแบบ เช่น ไม้สักทอง ไม้สักอื่น ๆ ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้ตะเคียน ไม้ตะแบก ไม้เต็ง เป็นต้น ไม้เหล่านี้นิยมเอามาเป็นพื้น มีความสวย ทน แข็งแรง มาก ส่วนราคานั้นก็ถูกแพงต่างกันไปแล้วแต่ขนาดและคุณภาพของไม้นั้น ๆ ด้วย
    • พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ หรือว่าเราจะแปลเป็นพื้นวิศวกรได้ไหมนะ ไม่แน่ใจเหมือนกัน สำหรับพื้นประเภทนี้ก็ได้รับความนิยมเยอะเช่นกัน ซึ่งเป็นพื้นที่มีทั้งไม้จริงและวัสดุสังเคราะห์อย่างอื่นผสมกัน มันเลยออกมาเป็นพื้นไม้แบบเอ็นจิเนียร์นั่นเอง ในพื้นแบบนี้จะมีไม้จริงข้างในหนา 3 มิลลิเมตรโดยประมาณ แล้วทับด้วย UV อะคลิลิกแลคเกอร์เคลือบผิวไว้ ทำให้ทนยิ่งขึ้น เป็นพื้นไม้ที่ทนจริงไม่ค่อยเป็นรอยง่าย ๆ
    • พื้นไม้ปาร์เกต์ แบบนี้ก็จะเป็นไม้จริงเช่นกัน สำหรับปาร์เกต์นั้นจะไม่ใหญ่ จะเป็นขนาดเล็ก ส่วนความหนาจะอยู่ประมาณ 8 เซนติเมตร ราคาของพื้นไม้แบบนี้ก็อยู่ที่ชนิดของไม้เลย รวมถึงขนาดด้วย ลองเอาไว้พิจารณาเวลาเลือกพื้นได้เลย
    • พื้นไม้ลามิเนต มาถึงพื้นที่ยอดฮิตมากอีกอย่างคือลามิเนต ตัวนี้จะเป็นพื้นไม้แบบสังเคราะห์ สามารถใช้แทนไม้จริงได้ สำหรับใครที่ไม่ได้อยากได้ไม้จริง เป็นการลดการตัดไม้ทำลายป่าได้ด้วย เลือกไม้เทียมมาทำพื้นก็ดีไม่น้อย ลายสวย ทำออกมาแข็งแรง ทนทานเช่นกัน ซึ่งพื้นแบบนี้จะมีส่วนประกอบหลายชั้น ทั้งชั้นเคลือบผิว ชั้นลายไม้ แกนหลัก และชั้นแผ่นรองพื้น ลามิเนตจึงเป็นพื้นที่ทนมาก ๆ อย่างหนึ่งเลย
    • พื้นไม้ยาง/พื้นไวนิล ประเภทนี้เป็นพื้นแบบสังเคราะห์เหมือนกัน ข้อดีอย่างหนึ่งคือเบา ปูง่าย มีหลายแบบ ราคาถูกด้วย พื้นไม้แบบนี้จะกันรอยกดทับได้ดี มีฟิล์มเคลือบผิวพื้น ลวดลายเยอะมาก เป็นลายไม้ทำออกมาสวย ๆ ใครชอบลายแบบไหนเลือกกันตามสะดวกเลย มีแผ่นปิดกันความชื้นด้วยนะ

    เป็นวัสดุที่เอามาทำพื้นสวย ๆ แข็งแรงทีเดียวและมีความสวยคลาสสิกมากสำหรับพื้นไม้ไม่ว่าจะแบบไม้จริง ไม้สังเคราะห์ก็ล้วนมีข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกันออกไป การเลือกใช้นั้นขึ้นอยู่กับงบประมาณ ความต้องการของแต่ละคนเลย ว่าอยากได้พื้นไม้ชนิดไหน

    เลือกพื้นไม้อย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน

    อย่างแรกเลยก่อนที่จะเลือกซื้อพื้นไม้มานั้นเราต้องรู้ขนาดพื้นที่ก่อน เวลาซื้อจะได้เลือกให้พอดี ซื้อแล้วขาดไปก็ไปซื้อเพิ่มได้ แต่ถ้าซื้อเกินแล้วที่เหลือไม่รู้จะเอาไปใช้อะไรดีนี่ก็จะสิ้นเปลืองไปหน่อย ในส่วนของสีและลวดลายก็เยอะจัด ๆ เลย ชอบแบบไหนลายไหนเลือกให้เต็มที่ เอาให้เข้ากับสไตล์ของห้องที่จะปูพื้น ประเภทของพื้นไม้เองก็เลือกให้เข้ากับห้อง อย่างถ้าเป็นครัวก็เอาพื้นที่ทำความสะอาดไม่ยาก ทนความชื้น ไม่ผุพังง่าย ส่วนพื้นห้องนอน ห้องนั่งเล่น และอื่น ๆ ก็เลือกให้ตรงใจได้เลย

    พื้นไม้มีข้อเสียหรือไม่

    แน่นอนว่ามันมีข้อเสีย ข้อดีต่างกันไป มันไม่ได้มีแต่ข้อดีแน่ ๆ พื้นไม้แต่ละแบบเองก็ล้วนมีข้อเสีย มันไม่มีอะไรที่เพอร์เฟคอยู่แล้ว อย่างไม้จริงเองก็หายากมาก ๆ เพราะจะต้องมาจากการตัดต้นไม้จริง ๆ ทำให้ราคาสูงตามไปด้วย อาหารปลวกชั้นดี ไม่ค่อยทนความชื้น อากาศเปลี่ยนพื้นไม้จริงจะยืดหดได้อีกด้วยนะ ย้ำอีกครั้งมันแพงมากด้วย หากเป็นไม้อื่น ๆ ก็มีข้อเสียเช่นกันนะ ไม้ปาร์เกต์เองปูทับหินหรือกระเบื้องไม้ได้ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์เอานำกลับมาขัดหน้าไม้ไม่ได้ ลามิเนตถ้าปูไม่ดีจะเสียงดังเลย แถมพังง่ายด้วย พองตัวง่าย ไม้ยางไม่ทนความชื้น

    ฉะนั้นแล้วจะปูพื้นบริเวณไหนเลือกให้ถูก แล้วการติดตั้งควรมีความชำนาญ ถ้าทำเองไม่เป็นการจ้างช่างเลยจะคุ้มกว่าแน่นอน ในการปูพื้นไม้แต่ละแบบเองก็ต้องทำให้ดี บางชนิดหากเราติดตั้งไม่ถูกจะทำให้เสียหายได้ อย่างการพองตัว การแตกหัก เสียงดัง พังง่าย หรือเหตุอื่น ๆ อาจจะเกิดขึ้นได้เหมือนกัน แต่การจ้างช่างมาทำให้ก็จะต้องเลือกช่างที่มีความชำนาญ มีความเป็นมืออาชีพด้วยนะ จะทำห้อง จะทำบ้านทั้งที ก็ทำให้ดีจะได้อยู่ไปนาน ๆ แบบไม่ต้องคอยซ่อมบำรุงกันบ่อย ๆ

    เหตุผลที่พื้นไม้ได้รับความนิยมไม่หยุด

    มีหลายเหตุผลเลยที่ทำให้พื้นไม้ถูกเลือกนำมาเป็นพื้นห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน หนึ่งในเหตุผลนั้นคือความชอบล้วน ๆ เลย และมักจะเป็นปัจจัยหลักที่เลือกเลย ถ้าไม่ชอบคงไม่เลือกจริงไหม แน่นอนว่าในการทำพื้นนั้นยังมีวัสดุในการก่อสร้างอื่น ๆ ให้เลือกอีกเหมือนกัน ต่อมาก็คือความสวยงาม ในความเป็นไม้ โดยเฉพาะไม้จริงนั้นบ่งบอกถึงความชอบ ไลฟ์สไตล์ได้เลย คนที่เอาไม้สวย ๆ มาทำบ้าน มาทำพื้นได้นี่ก็บ่งบอกฐานะได้เช่นกัน เพราะไม้มันแพง เว้นแต่ไม่ใช่ไม้จริง ก็จะราคาถูกลงมาหน่อย

    แต่พื้นไม้สังเคราะห์เองก็มีลวดลายที่สวย ทน ลายมีให้เลือกเยอะอีกด้วย และที่สำคัญไม่ต้องกังวลว่าเราจะสูญเสียป่าไปมาก สมัยนี้ป่าน้อยไม้ ไม้เองก็หายากเช่นกัน แต่ก็อย่างว่าควรจะเลือกชนิดให้ถูกกับพื้นห้องที่จะปู พร้อมกับการปูพื้นที่ถูกหลักวิธี จะทำให้ได้พื้นสวย ๆ ที่มีประสิทธิภาพในการใช้งานอย่างเต็มที่มากที่สุด ถ้าเทียบกับความสวยของพื้นปูนนั้น ไม้จะมีความวินเทจคลาสสิคมากกว่าเยอะเลย

    บทสรุป

    พื้นไม้เป็นวัสดุที่นิยมเอามาปูพื้นมากไม่ว่าจะสมัยไหนก็ยังคงฮิตตลอด โดยเฉพาะใครที่ชอบความคลาสสิคของความเป็นไม้ ลวดลายที่มีความสวยงาม ส่วนใครจะนิยมเป็นพื้นไม้จริง ไม้สังเคราะห์ก็ตามสะดวกเลย ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียเหมือนกัน ตอนที่จะเลือกมาทำเป็นพื้นนั้นมองที่การใช้สอยเป็นหลัก การใช้งานจริง การทนความชื้น ความแข็งแรง ต่อมาค่อยมองที่ลวดลาย หรือบางคนจะยึดที่ราคาเป็นหลักก่อนก็ไม่ได้ผิดอะไร หากถามว่าพื้นแบบนี้เหมาะกับบ้านแบบไหนก็คงจะตอบให้แบบตายตัวเลยไม่ได้ เพราะสุดท้ายแล้วก็อยู่ที่ความชอบของแต่ละคนอยู่ดี บางคนชอบสไตล์วินเทจ ชอบความคลาสสิก บางคนชอบสไตล์หรูหรามีระดับ หรือแบบอื่น ๆ ก็ว่ากันไป สำหรับไม้นั้นก็สวยในแบบของมันไม่แพ้วัสดุปูพื้นอื่น ๆ เลย ล้อรถเข็นUSA™

    Shopping Cart
    Scroll to Top